หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บอย ท่าพระจันทร์  (อ่าน 1501 ครั้ง)
administrator
Administrator
Full Member
*****

พลังน้ำใจ96
ID Number: 1
กระทู้: 238


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 29 กันยายน 2011 03:55:21 »

Permalink: บอย ท่าพระจันทร์
หน้านี้ ขอเอาบทความของ บอย ท่าพระจันทร์ มาฝากครับ ท่านอื่นๆ คงรู้กันไปเยอะแล้ว ลองอ่านดูครับ


หากเอ่ยชื่อ “อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย” แล้วน้อยคนนักที่รู้จักแต่ถ้าเอ่ยชื่อ “บอย ท่าพระจันทร์” บรรดานักเลงพระเครื่องเป็นรู้จักดีเพราะ “บอย ท่าพระจันทร์” จัดเป็น “เซียนเหรียญ” รุ่นใหม่ที่สายตาเฉียบคมชนิด “เหรียญยอดนิยม” หลาย ๆ เหรียญที่ “หลายเซียน” ดูแล้วไม่กล้าฟันธงว่า “แท้หรือเก๊” แต่ถ้า “บอย ท่าพระจันทร์” ฟันธงแล้วเจ้าของเหรียญที่ถูกเขาฟันธงว่า “แท้” ก็จะ “สบายใจ” ส่วนเหรียญใดที่เขาบอกว่า “ดูยาก” เจ้าของเหรียญนั้นก็จะ “หน้านิ่วคิ้วขมวด” ทันทีเพราะ “บอย ท่าพระจันทร์” นอกจากมีสายตาที่ “เฉียบคม” แล้วยังเป็น “เซียนเหรียญ” ที่สนใจพระเครื่องตั้งแต่สมัยบรรพชาเป็น “สามเณรภาคฤดูร้อน” ซึ่งช่วงนั้นมีอายุแค่ “๑๓ ปี”

เท่านั้นส่วนที่สนใจ “พระเครื่อง” ก็เพราะเพื่อน ๆ ที่บรรพชาภาคฤดูร้อนด้วยกันชักชวนให้ “ดูพระเครื่อง” พร้อมอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับ “พระ เครื่อง” ซึ่งพออ่านแล้วก็รู้สึกชอบจึงเริ่ม “ศึกษาและสะสม” พระเครื่องของ “หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี” ก่อนสกุลใด ๆ เนื่องจากเรียนอยู่ที่ “โรง เรียนวัดประดู่ในทรงธรรม” ที่อยู่ติดกับ “วัดประดู่ฉิมพลี” ซึ่งช่วงนั้นสะสมไว้หลายรุ่นกระทั่งพอเริ่มชำนาญจึงมารู้ในภายหลังว่า “พระเครื่อง” ที่สะสมไว้หลายรุ่นนั้นไม่ทัน “หลวงปู่โต๊ะปลุกเสก” เลยเปลี่ยนแนวทางมาสะสมเฉพาะรุ่นที่ทัน “หลวงปู่โต๊ะ” ปลุกเสก



โดยทำการศึกษาและสะสมพระเครื่องที่สร้างโดย “หลวงปู่โต๊ะ” อยู่ระยะหนึ่งจึงมีเพื่อน ๆ มาขอแบ่งไปบ้างเพราะเชื่อใจว่าไม่นำ “ของเก๊” ให้เขาจึงทำให้มีรายได้เลยยึดเป็น “อาชีพเสริม” เพราะช่วงนั้นต้องหาเงินเรียนหนังสือไปด้วยโดยอาศัยช่วงที่ว่างจากเรียนไปเปิดแผงพระที่ “สนามพระท่าพระจันทร์” อยู่ประมาณ 6 ปี จึงหันมาศึกษาของสำนักอื่นบ้าง ด้วยการเริ่มศึกษาประเภท “เหรียญ” กระทั่งปี ๒๕๓๘ เกิดน้ำท่วมใหญ่สนามพระท่าพระจันทร์จึงต้อง “ปิดแผงชั่วคราว”



แล้วไปดูพระที่สนาม “ตลาดพญาไม้” จึงได้รู้จักกับ “อาจารย์วิรัติ ท่าพระจันทร์” ซึ่งต่อมาได้เป็น “ครูคนแรก” ที่สอนและชี้แนะเรื่อง “เหรียญ” ของคณาจารย์ต่าง ๆ โดยสอนให้ดู “ขอบข้างเหรียญ” เป็นหลักเพราะเหรียญพระคณาจารย์มีการ “ปลอมมากที่สุด” และปลอมได้ดีอีกด้วยจึงทำให้มีคนกลัวกันมากจากจุดนี้เอง จึงหันมาศึกษาและเก็บเหรียญคณาจารย์ที่ระบุปี “พ.ศ. เก่า ๆ” ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักและไม่มีราคาเนื่องจากเป็นเหรียญ “แจกในงานศพ” ซึ่งจากที่ได้ดูได้เห็นเหรียญมามากนี่เองจึงทำให้มี “ความชำนาญ”



ส่วนทางด้านประสบการณ์นั้นก็มีหลายเรื่องแต่ที่จะ “จดจำแบบลืมไม่ได้” ก็คือเรื่องที่เกิดเมื่อไม่กี่ปีนี้เองคือเมื่อ “ปลายปี ๒๕๔๖” ได้เช่าบูชาพระเครื่องไว้ ๓ องค์เป็นเงิน “กว่า ๒ ล้านบาท” แต่ไม่สามารถออกตัวได้เนื่องจากราคาสูงจึงทำให้ “เงินขาดมือ” เพราะช่วงนั้นเพิ่งจะซื้อบ้านใหม่อีกด้วยจึงทำให้มีปัญหามากเลยตรงไปที่ “วัดอาวุธฯ” แล้วทำการจุดธูปอธิษฐานบอกกล่าวกับ “แม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม” ที่ “บอย ท่าพระจันทร์” ศรัทธาท่านอยู่ถึงขั้นอาราธนา “พระพุทโธน้อย” ของ “แม่ชีบุญเรือน” ขึ้นแขวนคอโดยบอกกล่าวถึงเรื่องที่กำลัง “มีปัญหา” ให้ท่านช่วยซึ่งหลังจากบอกกล่าวท่านแล้วผ่านไป ๓ วันก็มีเรื่อง “แปลก ๆ” เกิดขึ้นคือมีคนติดต่อมาขอเช่าพระเครื่องทั้ง “๓ องค์” ที่ยังออกตัวไม่ได้ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ที่ประสบอยู่ “คลี่คลายทันที” จึงถือเป็นเรื่องที่ “แปลกมาก”

แม่บุญเรือนโตงบุญเติม


ส่วนอีกเรื่องที่ “ลืมไม่ได้” เช่นกันคือจะต้องเดินทางไป “จังหวัดตรัง” โดยรถทัวร์จึงไปซื้อตั๋วที่ “สถานีขนส่งสายใต้” โดยได้ตั๋วเที่ยว “หกโมงครึ่ง” ทั้งที่ตั้งใจจะไปเที่ยว “หกโมงตรง” เนื่องจากเหมือนมีอะไรมาบังตาให้ “มองไม่เห็นตั๋วเที่ยวหกโมง” เลยเสียเวลานั่งรอรถร่วมชั่วโมง เพราะตั๋วรถทัวร์นั้น “ซื้อแล้วคืนไม่ได้” นั่นเอง จึงต้องนั่งรถเที่ยวหกโมงครึ่งไปสว่างที่ “อำเภอทุ่งสง” ก็พบเห็นรถทัวร์เที่ยว “หกโมงเย็น” ประสบอุบัติเหตุ “พลิกคว่ำ” อยู่ตรงร่องเกาะกลางถนนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ “หลายสิบคน” จึงนึกขึ้นได้ว่าคงมีอะไรมา “บังตา” ไม่ให้เห็น “ตั๋วรถเที่ยวหกโมงเย็น” ก็เลยทำให้แคล้วคลาดไม่ได้มาร่วมรับ “ชะตากรรม” กับรถเที่ยวที่พลิกคว่ำคันนั้นพร้อมนึกถึง “พุทธคุณ” ของพระเครื่องที่อาราธนาอยู่บนคอซึ่งก็คือ “พระพุทโธน้อยพิมพ์จัมโบ้” ของ “แม่ชีบุญเรือนวัดอาวุธฯ”

พระพุทโธน้อย แม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม


ปัจจุบัน “บอย ท่าพระจันทร์” มีพระเครื่องที่อาราธนาติดตัวอยู่หลายชุด อาทิ “เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่ไข่วัดบพิตรพิมุข, เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติฯ, เหรียญพระพุทธนรสีห์วัดเบญจมบพิตร, เหรียญเม็ดแตงหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ปี ๒๕๐๖, เหรียญข้าวหลามตัดเนื้อเงินกะไหล่ทองกรมหลวงชุมพร, พระปิดตาห้าเหลี่ยมกรมหลวงชุมพร, เหรียญใบโพธิ์เล็กหลวงพ่อโสธรปี ๒๕๐๓, เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อโตวัดกัลยาณมิตร, ปรกองค์จ้อยหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน” และที่ขาดไม่ได้ก็คือ “พระพุทโธน้อยพิมพ์จัมโบ้” ของ “แม่ชีบุญเรือน” นั่นเอง.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ตุลาคม 2011 03:57:26 โดย administrator » บันทึกการเข้า


     

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

สนับสนุนโดย SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Google visited last this page 17 พฤศจิกายน 2014 04:10:10